“เกิดมาไม่ตามใคร” สโลแกนที่เป็นใครไม่ได้นอกจากแบรนด์ Nothing ล่าสุดเปิดตัว Headphone (a) หูฟังแบบครอบหูรุ่นใหม่ แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ในการดีไซน์ให้แตกต่าง ออกนอกกรอบเดิมๆ อัดแน่นสเปค

ดีไซน์โดดเด่น แบบ Iconic
Nothing Headphone (a) หูฟังแบบครอบหู ดีไซน์ไอคอนิกที่มีรูปทรงเอกลักษณ์สะท้อน DNA ของ Nothing ด้วยการออกแบบโปร่งใส สามารถเห็นรายละเอียดของแบตเตอรี่และสาย flex ผลิตด้วยเทคนิค two-shot moulding ที่มีพื้นผิวเงางามและมีมิติ
ครั้งนี้มีตัวเลือกทั้งหมด 4 สี สดสัยแบบวัยรุ่น ได้แก่ สีขาว (White), สีดำ (Black), สีชมพู (Pink) และสีเหลือง (Yellow) Limited Edition
Nothing Headphone (a) มาพร้อมก้านหรือแขนเลื่อนที่มีความแข็งแรงด้วยไนลอนผสมใยแก้ว และยังเชื่อมต่อด้วยแขนเหล็กและบานพับไปยังตัวครอบหูฟัง ทำให้มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น
ตัวก้านของหูฟังเสริมด้วย PU Foam Moding Headband Support ทำให้สวมใส่สบายไม่เจ็บหัว
ส่วนตัวบานพับที่เชื่อมกับตัวครอบหูฟัง ถูกผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีการฉีดโลหะ (MIM) รวมการผลิตเชิงวิศวกรรมที่แม่นยำ นอกจากมีความแข็งแรงทนทานแล้วยังสามารถหมุนได้อย่างราบรื่น
ตัวครอบหูฟังมีฟองน้ำ PU Leather & Menory Foam Cushion ที่ช่วยให้การสวมใส่นุ่มสบาย ช่วยลดแรงกดทับใบหู ใส่ได้ยาวนานตลอดทั้งวัน และยังเป็นวัสดุที่เช็ดทำความสะอาดง่าย
ด้านในหูฟังมีฟองน้ำรองหูฟังแบบ PU ที่สามารถระบายอากาศและเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย
Nothing Headphone (a) ถูกออกแบบให้สวมใส่สบาย ตั้งแต่ก้านหูฟังไปจนถึงตัวครอบหู และด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 310 กรัม ทำให้ใส่ใช้งานได้ต่อเนื่อง และไม่รู้สึกว่าใบหูถูกกดทับ
ปุ่มควบคุมการทำงานบนหูฟังออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ปรับแต่งได้ตามต้องการ ทั้งหมดจะอยู่ที่หูฟังด้านขวา
เริ่มจากปุ่ม Button หรือปุ่มกดสีดำ เป็นปุ่มกดสำหรับการตั้งค่า สามารถเลือกใช้งานระหว่างโปรแกรม multimedia ระดับการตัดเสียงรบกวน (ANC) หรือแอปพลิเคชั่นเฉพาะจาก Nothing
ฝั่งนึงของหูฟังจะมีปุ่ม Roller หรือเรียกว่าปุ่มลูกกลิ้งอเนกประสงค์ สำหรับระดับเสียงเพิ่ม-ลด หรือกดเพื่อเล่นเพลงและหยุดเพลง ยังสามารถกดค้างไว้เพื่อเปิด – ปิดระบบตัดเสียงรบกวน (ANC)
ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นปุ่ม Paddle ใช้สำหรับเล่นเพลงถัดไปหรือก่อนหน้า และยังสามารถใช้เป็นปุ่มสำหรับรับสายหรือวางสายโทรศัพท์ได้
คุณภาพเสียงดี เพลิดเพลินได้ทุกที
เรื่องของคุณภาพเสียงก็ต้องบอกว่าเป็นหูฟังครอบหูที่มาพร้อมคุณภาพเสียงมาตรฐาน รองรับระบบเสียง Hi- Resolution เมื่อเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ทำให้ได้เสียงที่มีความนุ่มนวล และรองรับการรับรอง LDAC สำหรับการถ่ายทอดเสียงที่มีความละเอียดสูง (HD)
โดยเป็นหูฟังที่มีโครงสร้างไดอะเฟรมเคลือบไทเทเนียมขนาด 40 มม. สามารถถ่ายทอดเสียงในย่านเสียงแหลมได้ละเอียด ให้เบสที่ลึกทรงพลัง ช่วยลดเสียงแทรกได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Dynamics Based Entrancecement ที่ทำงานร่วมกับ AI สามารถตรวจจับคลื่นความถี่ต่ำและปรับเพิ่มแบบ real time ทำให้ได้เสียงจังหวะดนตรีที่หนักแน่นขึ้น และมีความคมชัดของเสียง
Nothing Headphone (a) เป็นอีกหนึ่งหูฟังแบบครอบหูที่มาพร้อม Adaptive ANC สามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุดถึง 40dB
สำหรับใครที่ชอบใช้งานเพื่อความบันเทิงอย่างการดูหนังและคอนเสิร์ต ต้องบอกว่าเหมาะกับหูฟังรุ่นนี้ รองรับ Static Spatial Audio ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม NFD และ Audio AI ให้เสียงสมจริงเหมือนนั่งอยู่ในเวทีคอนเสิร์ต
ตัวหูฟังสามารถสลับการทำงานระหว่างสมาร์ตโฟนกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างลื่นไหล ด้วยค่าความหน่วงต่ำ จะใช้งานได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน นอกจากนี้ยังรองรับ USB-C มาพร้อมสาย 3.5 มม. สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงในสไตล์คลาสสิก
สำหรับการใช้งานเพื่อสนทนาโทรศัพท์ก็ทำได้ดี ถ้าพร้อมไมโครโฟน 3 ตัว ทำงานร่วมกับ AI เพิ่มเสียงสนทนาให้คมชัด
ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่น Nothing X
Nothing Headphone (a) มีแอปฯ Nothing X รองรับการทำงานได้ทั้ง iOS และ Android ในการปรับตั้งค่าได้ละเอียดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างและแชร์ EQ Preset ในแบบที่คุณชอบ สามารถปรับแต่งสัญญาณเสียง Equaliser ให้ถึง 8 แถบ เพื่อให้เหมาะกับการฟังของตัวเอง
บนแอปฯ ยังสามารถติดตามและระบุตำแหน่งการเชื่อมต่อของหูฟังครั้งล่าสุด จึงไม่ต้องกังวลถ้าหากทำหูฟังหายหรือลืมไว้ สามารถตามคืนได้
แบตเตอรี่ยาวนาน
Nothing Headphone (a) เป็นหูฟังแบบครอบหูที่ถูกออกแบบให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานที่สุดเมื่อเทียบกับหูฟังในระดับเดียวกัน มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 1060mAh ใช้งานได้ยาวนานกว่า 5 วัน ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 135 ชั่วโมง (ปิด ANC)
ทั้งยังมีซิปป้องป้องกันแบตเตอรี่ลิเธียมอัจฉริยะ ช่วยให้สามารถชาร์จเร็วและยังปลอดภัย การชาร์จเพียง 5 นาที ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 8 ชั่วโมง ทำให้เพลิดเพลินกับความบันเทิงแบบไม่มีที่สิ้นสุด
ราคาและการจัดวางจำหน่าย
Nothing Headphones (a) ตัวเลือกทั้งหมด 4 สี สีขาว (White), สีดำ (Black), สีชมพู (Pink) และสีเหลือง (Yellow) Limited Edition วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 5,999 บาท
เปิดขายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ทั้งที่ AIS, Banana, Dotlife, PowerBuy และ True รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ Lazada, Shopee และ TikTok Shop ด้านบริการหลังการขาย เปิด Call Center โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 1800 018 320 และ 1800 013 896 พร้อมศูนย์บริการ 10 แห่งทั่วประเทศ