รีวิว Nothing Phone (4a) สมาร์ตโฟน “เกิดมาไม่ตามใคร”

สมกับการเป็นแบรนด์ที่มีสโลแกน “เกิดมาไม่ตามใคร” ล่าสุดเปิดตัว Nothing Phone (4a) ดีไซน์ตัวเครื่องโดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์สไตล์ Nothing มาพร้อม Glyph แบบใหม่ ที่แทบจับแล้วไม่อยากจะวางตัวเครื่องเลย และประสิทธิภาพด้านอื่นๆแบบจัดเต็ม

Nothing เรียกว่าเป็นแบรนด์เทคโนโลยีสำหรับคนรุ่นใหม่ ต้องการทำสิ่งที่แตกต่างและมีความท้าทาย โดยก่อตั้งขึ้นในกรุงลอนดอน มีเป้าหมายในการทำเทคโนโลยีให้เป็นเรื่องที่สนุกสนานและมีตัวตนอย่างชัดเจน ขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์แบบนอกกรอบ ทำให้แบรนด์มีความแตกต่าง และนี่เองคือ Nothing

คนในรีวิวนี้เราจะมาพูดถึงสมาร์ตโฟน Nothing (a) Series อย่าง Nothing Phone (4a) เป็นสมาร์ตโฟนระดับกลาง ที่มีดีไซน์โดดเด่นผ่านงานวิศวกรรมอย่างพิถีพิถันในการออกแบบ

ดีไซน์เอกลักษณ์แบบ Nothing

Nothing Phone (4a) ถูกออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนกฮูก มาพร้อมตัวเครื่องด้านหลังมาพร้อมกระจกใสปล่อยให้เห็นฮาร์ดแวร์ภายในตัวเครื่อง ด้านบนของฝาหลัง Head & eyes จัดวางเลนส์กล้องไว้ในแนวนอนตรงกลางเครื่อง คล้ายกับดวงตาของนกฮูกที่มีแววตาอันเฉียบคม เก็บได้ทุกรายละเอียด

ถัดลงมาเป็นส่วนของ Body ที่มีตัวเครื่องสง่างาม บริสุทธิ์ และปราดเปรียวในทุกสัดส่วน

โดยที่บริเวณด้านซ้ายของตัวเครื่อง จะเปรียบเสมือนกรงเล็บที่เปลี่ยนไปด้วยความแม่นยำและมีพลัง

Nothing Phone (4a) มาพร้อมตัวเลือก 4 สี ได้แก่ สี White, Black, Blue และ Pink

ซึ่งตัวเครื่องที่เราได้มารีวิวจะเป็นสี Pink ที่มีความเป็นชมพู metallic แบบนุ่มนวล เป็นชมพูออกแนวพาสเทลที่มีความสวยงามและอบอุ่น สะท้อนความเป็นพาเลท Technical warmth ที่เรียกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างความสวยงามและเทคโนโลยีให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

ผลการจัดวางพอร์ตต่างๆ รอบตัวเครื่องก็ทำได้อย่างลงตัว โดยที่ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ถูกออกแบบให้เป็นสีเทาตัดกับตัวเครื่องสีชมพูได้อย่างสวยงาม ถูกวางไว้ที่ด้านขวาของเครื่อง

ส่วนตัวเครื่องด้านซ้ายจะมีปุ่มโลหะมันเงา ที่เรียกว่าเป็นกลุ่ม Essential Key ในการเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนด้านล่างตัวเครื่องจะมีถาดใส่ซิม มาพร้อมไมโครโฟน พอร์ตชาร์จแบบ USB Type – C สุดท้ายเป็นลำโพงเสียงของตัวเครื่อง

ส่วนตัวเครื่องด้านบนจะมีเพียงไมโครโฟนเท่านั้น

หน้าจอ Flexible AMOLED คมชัด ความละเอียด 1.5K

หน้าจอแสดงผลของ Nothing Phone (4a) ถูกอัพเกรดจากเดิมเป็นหน้าจอ Flexible AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K ซึ่งมีความคมชัดกว่ารุ่นเดิม หน้าจอมีขนาดที่ใหญ่ ขอบจอบางลง และมีขอบมุมโค้ง โดยมีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 91.3%

หน้าจอแสดงผลยังใช้งานลื่นไหลด้วยรีเฟรชแบบไดนามิกสูงสุด 120Hz ทำให้การใช้งานลื่นไหล ภาพและการแสดงผลมีความสมูทสมจริง และยังเป็นหน้าจอที่มีความสว่างสูงสุด 4,500nits ไม่ว่าจะใช้งานในที่สว่างจ้าหรือแดดจัด ก็ยังเห็นรายละเอียดและคอนเทนต์ต่างๆได้อย่างชัดเจน

หน้าจอของ Nothing Phone (4a) ยังมาพร้อมเทคโนโลยี PWM (Pulse Width Modulation) Dimming สูงสุด 2,160Hz ช่วยลดแสงกระพริบและลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อใช้เวลาบนหน้าจอนานๆ

Glyph Interface แบบใหม่

ด้านหลังตัวเครื่องบริเวณข้างกล้องด้านขวาจะเป็นพื้นที่ของ Glyph Bar ได้รับการออกแบบใหม่ เป็นแถบไฟจุดสี่เหลี่ยม 6 จุด แบบแยกอิสระในการแสดงการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ อยู่ภายใต้ฝาหลังที่เป็นกระจก โดยเป็นการแสดงสถานะการแจ้งเตือน รวมทั้งการใช้งานร่วมกับฟีเจอร์จับเวลาถอยหลัง สายเรียกเข้า ชาร์จแบตฯ และอื่นๆ สามารถตั้งค่าได้

Glyph Bar ในขณะที่บันทึกวีดีโอจะมีดวงไฟสีแดงสว่างขึ้นเห็นได้อย่างชัดเจน

กล้องหลัง 3 เลนส์ ซูมไกล 70x

Nothing Phone (4a) มาพร้อมระบบกล้องหลัง 3 เลนส์ แบ่งออกเป็น

  • กล้องเทคโนโลยี Tetraprism Periscope แบบเดียวกับสมาร์ตโฟนระดับแฟลกชิป ความละเอียด 50MP เซนเซอร์ 1/.2.75″ รองรับกันสั่น OIS สามารถบันทึกวีดีโอ 4K และมีระยะทางยาวโฟกัส 80mm
  • ถัดมาเป็นกล้องหลักความละเอียด 50MP เซนเซอร์ 1/1.57″ ที่มีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่กว่าเซ็นเซอร์ทั่วไปถึง 24.2% ทำให้รับแสงได้มากขึ้น 64%
  • สุดท้ายเป็นกล้องเลนส์ Ultra – Wide 8MP มุมกว้าง 120 องศา

กล้องของ Nothing Phone (4a) รองรับการถ่ายภาพได้ทุกระยะตั้งแต่มุมกว้าง 0.6x จนถึงระดับ Ultra Zoom 70x โดยใช้ความสามารถของกล้อง Periscope Telephoto OIS แบบ Tetraprism เป็นดีไซน์ที่ช่วยการสะท้อนแสง 3 ครั้งเพื่อการสูญเสียแสงที่ต่ำลง มีโมดูลขนาดกะทัดรัดพร้อมระยะการซูมที่ไกลขึ้น

โดยในระยะ Optical Zoom 3.5x ที่มีความคมชัด เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ไปจนถึงการซูมระดับ 7x แบบไม่สูญเสียรายละเอียด ไม่ได้ภาพที่อยู่ไกลเข้ามาใกล้ขึ้น และซูมสูงสุด Ultra Zoom 70x

Portrait Mode อัพเกรดใหม่

ในโหมดการถ่ายภาพ Portrait มีการอัปเกรดใหม่ ใช้ AI Semantic Segmentation เพื่อให้ช่วยระบุและแยกเส้นผมออกจากฉากหลัง ทำให้ได้ภาพถ่ายบุคคลที่มีความคมชัด ตัดกับฉากหลังที่เบลอได้อย่างสวยงามและมีความเป็นธรรมชาติ โดยสามารถถ่ายได้ถึง 3 ระยะ ตั้งแต่ 24mm, 48mm และ 80mm

Camera Presets ภาพสวยไม่ต้องพึ่งแอปฯ เสริม

ในโหมดของการถ่ายภาพของ Nothing Phone (4a) ถูกออกแบบให้มาพร้อมกับ Camera Presets ที่รองรับการใช้กับภาพนิ่งและวีดีโอ สามารถปรับแต่งภาพพารามิเตอร์เชิงลึก รวมทั้งความเข้ม และค่าอื่นๆ ได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ ยังสามารถสร้าง preset ภาพในโทนกล้องต่างๆ นำมาใช้เป็นพิเศษสำเร็จรูป หรือจะเลือกใช้ Preset ที่มากับกล้องก็มีให้เลือกหลายแบบ ทำให้การภาพถ่ายที่ได้สื่อถึงอารมณ์ได้มากขึ้น

ประสิทธิภาพทรงพลัง

Nothing Phone (4a) ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4 ที่เป็นหนึ่งในชิปเซตที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ ในการทำงานร่วมกับตัวจัดการพลังงาน ทำให้ประสิทธิภาพ CPU และ CPU ดีขึ้น สามารถอ่านข้อมูลเร็วขึ้นถึง 147% และความเร็วในการเขียนข้อมูลเร็วขึ้น 380%

ทั้งยังใช้ Storage UFS 3.1 ที่ประหยัดพลังงานมากกว่ารุ่นก่อน มาพร้อม RAM 12GB และมีฟีเจอร์ RAM Booster ที่สามารถขยายหน่วยความจำได้สูงสุด 20GB ทำให้เครื่องทำงานได้ลื่นไหล รวมถึงการสลับแอปฯ ไปมาก็จะเห็นว่าเครื่องยังทำงานได้ดีไม่มีอาการสะดุดให้เห็น

ส่วนประสบการณ์เล่นเกมบน Nothing Phone (4a) ต้องบอกว่าใช้งานได้ลื่นไหลแม้กระทั่งการเล่นเกมแบบหนักหน่วง สามารถเปิดเฟรมเรตได้ที่ระดับสูงสุด โดยที่เกมยังเล่นลื่น และเล่นได้นานต่อเนื่องเพราะด้วยชิปเซ็ตที่ประหยัดพลังงาน ช่วยยืดอายุแบตให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

Nothing OS ประสบการณ์ทำงานที่ลื่นไหล

ระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 พัฒนาบนพื้นฐาน Android 16 เมื่อประสบการณ์ทำงานที่ลื่นไหลและตอบสนองได้รวดเร็ว รวมถึงการออกแบบ UI ต่างๆ ให้มีความแตกต่างแบบเรียบง่าย สามารถใช้งานได้สะดวก รวมถึงระบบการปรับแต่งหน้าจอที่สามารถปรับหน้าจอล็อกได้เอง หรือจะเลือกใช้งาน Wallpaper ที่มีเอฟเฟคชัดลึก เพื่อความสวยงามที่สมจริง

นอกจากนี้ ยังมีวิดเจ็ดใหม่อย่าง Breathing Break ที่ช่วยให้เข้าถึงการฝึกหายใจได้อย่างเป็นระบบ โดยการสิงห์การหายใจเข้ากับรูปแบบการสั่น (Haptic) ที่ถูกปรับแต่งมาเฉพาะ ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด

อีกหนึ่งหัวใจหลักของ Nothing OS 4.1 คือ Essential AI Tools ในการมอบประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหล สะดวก และรวดเร็ว

มาพร้อมปุ่ม Essential Key ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ที่แยกออกมาจากปุ่ทอื่นๆ โดยเฉพาะ โดยปุ่มนี้สามารถใช้ในการบันทึกหน้าจอ บันทึกวีดีโอ หรือบันทึกเสียง โดยที่ทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยัง Essential Space ที่เป็นพื้นที่จัดเก็บ content และเนื้อหาต่างๆ โดยสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่และให้ผู้ใช้เข้าถึงง่ายขึ้น

Essential Search การค้นหาอัจฉริยะ สามารถค้นหารายชื่อผู้ติดต่อ ข้อความ บันทึก รูปภาพ แอปพลิเคชั่น หรืออื่นๆที่เราต้องการค้นหาได้โดยง่ายดาย เพียงปัดนิ้วขึ้นจากขอบล่างของหน้าจอ จากนั้นพิมพ์คีย์เวิร์ดที่ต้องการค้นหา เท่านี้ก็สามารถถ่ายทุกอย่างที่เราต้องการได้

Essential Memory จะทำหน้าที่จัดหมวดหมู่และวิเคราะห์สิ่งที่บันทึกไว้ใน Essential Space ช่วยให้ข้อมูลพร้อมใช้อยู่เสมอ

แบตเตอรี่ใหญ่กว่าเดิม

Nothing Phone (4a) มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีความจุมากที่สุดใน Nothing Phone (a) Series ด้วยขนาดความจุ 5080mAh สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 17 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังถูกสร้างมาให้ทนทานด้วยเทคโนโลยี Safe Cell ที่สามารถทนต่อแรงกระแทก และแบตเตอรี่จะยังคงมีประสิทธิภาพสูงถึง 90% แม้ว่าจะใช้งานไปแล้วกว่า 3 ปี หรือชาร์จไปแล้วกว่า 1,200 รอบ ทำให้ใช้งานได้นานต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเสื่อม

นอกจากนี้ ยังรองรับชาร์จไว โดยสามารถชาร์จแบตฯ ให้ได้ 60% ในเวลาเพียง 30 นาที หรือชาเต็ม 100% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษๆ ทำให้ประหยัดเวลาในการชาร์จแบตฯ ไปได้เยอะ

สรุปท้ายรีวิว

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนระดับกลาง เน้นการใช้งานที่ลื่นไหลมีประสิทธิภาพ มาพร้อมดีไซน์โดดเด่นที่ถือแล้วแทบไม่อยากจะวาง ตอบโจทย์การใช้งานครบถ้วน ลองให้ Nothing Phone (4a) เป็นหนึ่งในตัวเลือกแล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • Nothing Phone (4a)
  • เคสซิลิโคนใส
  • ข้อมูลการใช้งานและใบรับประกันเบื้องต้น
  • เข็มจิ้มซิม
  • สายชาร์จ

สเปค Nothing Phone (4a)

  • หน้าจอ LTPS flexible AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด1.5K
  • ความสว่างหน้าจอสูงสุด 4500nits
  • เทคโนโลยีหน้าจอ 120Hz
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4
  • RAM 12GB + 256GB/12GB + 512GB
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบ Nano SIM
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
  • กล้องหลัก 50 MP OIS – 1/1.57”, f/1.88
  • กล้อง (Tetraprism) periscope 50 MP OIS – 1/2.75”
  • กล้อง ultra-wide ความละเอียด 8 MP – 1/4”กล้องหน้า 32MP เซนเซอร์ 1/3.44”
  • รองรับการเชื่อมต่อ : 5G+5G Dual SIM Dual Standby, Wi-Fi 6, NFC
  • ระบบความปลอดภัย : สแกนนิ้วใต้หน้าจอ, สแกนใบหน้า, รหัสผ่าน
  • มาตราฐานทนน้ำทนฝุ่น IP64
  • ระบบปฏิบัติการ : Nothing OS 4.1 based on Android 16
  • แบตเตอรี่ BlueVolt 7000mAh ชาร์จเร็ว 90W FlashCharge
  • ขนาดตัวเครื่อง 163.95mm x 77.57mm x 8.55 มม.
  • น้ำหนัก 204.5 กรัม
  • สี : ขาว, ดำ, ชมพู, ฟ้า

ราคาและการวางจำหน่าย

Nothing Phone (4a) วางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

  • RAM 12+256GB ราคา 14,999 บาท (สีดำและสีขาว)
  • RAM 12+512GB ราคา 16,999 บาท (สีดำ, ขาว, ชมพู และฟ้า)