HOME Review รีวิว เครื่องชงกาแฟ Mini Me แพ็กเกจรายเดือน ชงกินเองที่บ้านง่ายๆ ครบ 1 ปี ได้เครื่องเป็นของตัวเอง

รีวิว เครื่องชงกาแฟ Mini Me แพ็กเกจรายเดือน ชงกินเองที่บ้านง่ายๆ ครบ 1 ปี ได้เครื่องเป็นของตัวเอง

สำหรับคนรักและชื่นชอบการดื่มกาแฟสดแบบชงกินเองที่บ้านต้องไม่พลาด กับการออกแบบแพ็กเกจรายเดือนของ NESCAFÉ Dolce Gusto กาแฟสดในรูปแบบแคปซูล มาพร้อมเครื่องชงที่ให้คุณได้เป็นเจ้าได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าเครื่อง มีกาแฟดื่มตลอดทั้งปี ราคาย่อมเยาว์ ไม่ต้องควักเงินซื้อเครื่องในครั้งเดียว

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าซื้อมารีวิวเอง เพราะเป็นคนที่ดื่มกาแฟทุกเช้า วันนึงเลื่อนดูฟีดบน Facebook เห็นโฆษณาเครื่องชงกาแฟ กับแคปซูลกาแฟจากสตาร์บัค ที่เห็นแล้วชวนหลงใหล หรือเรียกง่ายๆ ว่าตกเป็นเหยื่อจนได้ จึงได้เข้าไปดูที่เว็บไซต์ nescafeclub และเห็นว่ามีการให้บริการแบบรายเดือน โดยที่ได้เครื่องชงกาแฟมาด้วยอีกต่างหาก เท่านั้นก็ตัดสินใจกดสั่งทันที

เครื่องชงกาแฟที่ได้ในแพ็กเกจเริ่มต้น Standard Package จะเป็นรุ่น Mini Me (มูลค่า 4,490 บาท) ตัวเครื่องสีเทาออกดำ มองแล้วคล้ายแพนกวินยังไงอย่างงั้น องค์ประกอบของเครื่องก็ไม่มีอะไรมา เป็นตัวเครื่องทรงสูงมาพร้อมแทงค์ใส่น้ำที่ด้านหลังแบบใส มองเห็นระดับน้ำและความสะอาดของน้ำอย่างชัดเจน มีความจุ 0.8 ลิตร ชงได้ประมาณ 3-5 แก้ว

ด้านบนที่เป็นเหมือนตัวหัวจะมีลักษณะกลมมน ซึ่งมีโลโก้พร้อมขีดสำหรับเลือกระดับน้ำให้เหมาะสมกับชนิดของกาแฟ ปรับได้โดยการเลื่อนแถบพลาสติกใสขึ้น-ลง นอกจากนี้ ยังเป็นตัวสำหรับเปิดล็อกถาดใส่แคปซูลกาแฟอีกด้วย

ด้านหลังของระดับน้ำจะมีคันโยกใช้งานได้ซ้ายขวา พร้อมสีที่เป็นสัญลักษณ์ในการเลือกใช้น้ำชงกาแฟ โดยที่ด้านซ้ายจะเป็นสีฟ้า สำหรับชงแบบน้ำอุณหภูมิปกติ และด้านขวาเป็นสีแดง สำหรับเลือกน้ำร้อน และการใช้งานก็เพียงโยกไปทางซ้าย หรือขวาตามที่ต้องการ

ถาดสำหรับใส่แคปซูลกาแฟ จะต้องดันปลายที่มีจุดบอกระดับน้ำขึ้น จากนั้นเพียงถึงถาดออกมาก็จะเห็นช่องใส่แคปซูล ซึ่งครั้งแรกจะมีถาดพลาสติกติดมาด้วย เมื่อจะใช้งานต้องเอาถาดพลาสติกออก

ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นฐานรองแก้วกาแฟ มีช่องสำหรับน้ำหก หรือหากทำน้ำล้น ถอดออกได้ เช็ดล้างทำความสะอาดสะดวก

มาถึงขั้นตอนการชงกาแฟก็ไม่ยาก เพียงเอาแคปซูลกาแฟที่เราเลือกซื้อมานั้นใส่ลงไปในถาดและปิดเข้าไปที่เดิม พร้อมกับการปิดตัวล็อคลงมา ต่อไปก็เลือกระดับตามที่ต้องการ หรือถ้าจะให้ดีได้ตามสูตรแล้วนั้น ที่กล่องของกาแฟแต่ละชนิด หรือบนฝาของแคปซูลเองจะมีคำแนะนำสำหรับการเลือกระดับน้ำมาให้

เมื่อปรับระดับน้ำได้แล้ว จากนั้นก็เปิดเครื่อง รอให้ขึ้นเป็นสีเขียวแสดงว่าพร้อมใช้งานแล้ว เลือกว่าจะชงกาแฟกับน้ำร้อนหรือน้ำปกติ ก็เลื่อนคันโยกไปตามสีที่บอก เท่านี้เครื่องชงกาแฟก็จะทำงาน ทำให้ได้กาแฟหอมๆ ออกมาดื่ม ว่าแต่อย่างลืมเอาแก้วมาใส่ให้เหมาะสมด้วย

เห็นไหมว่าง่ายและสะดวกสบายแค่ไหน เพียงเท่านี้ทุกเช้าเราก็จะได้ดื่มด่ำกับกาแฟรสชาดดี หอมละมุม ยิ่งเป็นแคปซูลกาแฟของเจ้าดังอย่างสตาร์บัค ส่งกลิ่นหอมมาแต่ไกล เหมือนเดินเข้าไปที่ร้านเองเลย

คราวนี้มาพูดถึงแพ็กเกจรายเดือนกันบ้าง ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งการให้บริการเครื่องชงกาแฟและแคปซูล โดยครั้งนี้เลือกเป็น Standard Package เหมาะสำหรับสมาชิก 2-5 คนในบ้าน เนื่องจากจะต้องสั่งซื้อแคปซูลกาแฟเดือนละ 3 กล่องขึ้นไป ซึ่งต้องมีมูลค่า 710 ต่อเดือน (กาแฟแต่ละชนิดราคาแตกต่างกัน) เป็นระยะเวลา 12 เดือน ก็จะได้รับเครื่องชงกาแฟรุ่น Mini Me ทันที (จริงๆ แล้วคือเครื่องได้มาตั้งแต่เดือนแรก หากไม่ครบตามสัญญาก็จะมีค่ายกเลิก 3,490 บาท)

เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 เราจะสั่งกาแฟต่อหรือไม่สั่ง เครื่องก็จะยังเป็นของเรา แต่ก็อย่างว่าในปีที่ 2 ทาง NESCAFÉ ก็มีโปรโมชั่นมาล่อใจ ให้ส่วนลดในการสั่งแคปซูลกาแฟตั้งแต่เดือนที่ 13 มูลค่า 10%

การเลือกกาแฟเดือนละ 3 กล่อง จะมีการหักจากบัตรเครดิตทุกๆ เดือน ตามวันที่เราแจ้งไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะส่งกาแฟมาให้ถึงบ้าน แต่การเลือกรสชาดจะยึดตามครั้งแรก หากต้องการเปลี่ยนจะต้องแจ้งผ่านระบบที่ล็อกอินไว้ ก่อนหักบัตร 14 วัน ก็จะได้กาแฟรสใหม่ๆ มาลิ้มลอง

สรุปก็คือ หากใครที่ดื่มกาแฟเป็นประจำก็ถือว่าคุ้มค่า คำนวนจากการสั่งกาแฟ 3 กล่อง กล่องละ 299 บาท ตกเดือนละ 897 บาท ครบสัญญา 1 ปีเป็นมูลค่ากาแฟที่สั่งทั้งหมด 10,764 บาท เอาไปหักลบกับราคาเครื่องชงกาแฟ 4,490 บาท เหลือ 6,274 บาท เท่ากับเป็นค่ากาแฟเดือนละ 522 บาท (3 กล่อง /ตกกล่องละ 174 บาท * *ปกติ 299 ) เอาเป็นว่าคิดง่ายๆ จ่ายค่ากาแฟกินทุกเดือนใน 1 ปี และได้เครื่องโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อแพงๆ ครั้งเดียว

ใครที่สนใจในส่วนของแพ็กเกจก็สามารถดูได้ที่ https://nescafeclub.popsho.ps/monthly-package/ หรือจะดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://nescafeclub.popsho.ps/our-coffee/

แสดงความคิดเห็น