Vivo X50 Pro 5G หนึ่งในสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่น่าจับตามอง โดดเด่นด้วยการนำระบบกันสั่นแบบ Gimbal เข้ามาใช้กับกล้องบนสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ รวมถึงฟังก์ชั่นกล้องที่จัดเต็มครบทุกโหมด แต่ยังคงดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยงาม บางเบา มาพร้อมหน้าจอโค้งขนาดใหญ่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 765G รองรับ 5G กับตัวเลือกสีสุดหรูอย่าง Alpha Grey วางขายแล้วในราคา 24,999 บาท

ดีไซน์ตัวเครื่อง

สัมผัสแรกที่จับตัวเครื่อง Vivo X50 Pro 5G รู้สึกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะมือไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป เป็นการออกแบบตัวเครื่องให้โค้งแบบ R3 ยังมีความบางมากเพียง 8 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาทำให้จับถือได้สบายมือ

มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Ultra O Screen จอโค้ง 3D ขนาด 6.56 นิ้ว คมชัดด้วยเทคโนโลยี AMOLED ความละเอียด 2376 × 1080 พิกเซล ยังมีรูกล้องหน้าขนาดเล็กเพียง 3.96 มม. อยู่ที่มุมซ้ายของหน้าจอ ทำให้พื้นที่มีขนาดกว้างและใช้งานได้เต็มจอ

กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายรูปหน้าสวย, Portrait หรือจะเป็น Night Selfie ทั้งยังใช้งานเป็นเซ็นเซอร์สแกนใบหน้า สามารถปลดล็อคเข้าสู่หน้าจอหลักได้เพียงไม่กี่วินาทีแค่มองไปที่กล้องหน้า และมีลำโพงเสียงสนทนาอยู่ที่ขอบตรงกลางเหนือหน้าจอ

ถัดมาด้านล่างหน้าจอจะใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอไว้ รองรับการใช้งานทั้งหมด 5 ลายนิ้วมือ ใช้งานง่ายเพียงสัมผัสเบาๆ ก็ปลดล็อคเข้าตัวเครื่องได้ทันที

แถบสีดำด้านล่างถือว่ามีขนาดบางเป็นพิเศษ ปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ จะอยู่ในรูปแบบซอฟต์แวร์บนหน้าจอ ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งปุ่มการนำทางได้ตามที่ถนัด

ตัวเครื่องด้านบนมีเพียงรูไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน พร้อมสัญลักษณ์ 5G

พอร์ตต่างๆ จะอยู่ที่ด้านล่างตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ช่องไม่รองรับ micro SD card ถัดไปทางขวาเล็กน้อยเป็นรูไมโครโฟนอีกหนึ่งตัวพร้อมพอร์ตชาร์จแบบ USB Type C และลำโพงเสียงของตัวเครื่อง

ปุ่มปรับระดับเสียงเพิ่ม-ลด และปุ่ม Power จัดวางไว้ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง โดยมีสีเดียวกันกับขอบข้าง มีขนาดเล็กและบาง ดูสวยงามไม่เกะกะสายตา

ตัวเครื่องด้านหลังมาพร้อมกับสี Alpha Grey เรียกว่าเป็นสีเวทย์มนต์แห่งความฝัน มีผิวสัมผัสที่สบายมือ ทั้งยังเล่นเงาและแสงใน 2 เฉดสีที่ต่างกัน ให้ด้านหลังตัวเครื่องมีความโดดเด่นและสวยงาม

กล้องหลังทั้ง 4 เลนส์จะอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมที่มีมุมด้านซ้าย โดยจุดเด่นจะอยู่ที่กล้องหลักที่เสมือนกับ “Big Eye” ด้วยการนำระบบ Gimbal เข้ามาใส่ไว้ สามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง และมีกล้องด้านหลังดังนี้

  • เลนส์หลัก 48 ล้านพิกเซล, f/1.6, Dual-LED, HDR, ระบบ Gimbal-Style Stabilization, ระบบกันสั่น OIS
  • เลนส์ Portrait 13 ล้านพิกเซล, f/2.46
  • Periscope 8 ล้านพิกเซล, f/3.4, optical 5x, Hyper Zoom 60x
  • เลนส์ Ultrawide 8 ล้านพิกเซล, f/2.2

กล้องถ่ายรูป

กล้องหลักเซ็นเซอร์ IMX598

กล้องหลักเป็นจุดเด่นอีกจุดเด่นที่น่าสนใจของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ใช้เซ็นเซอร์ IMX598 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 มีระบบกันสั่นแบบ Gimbal ตัวแรกของโลก ช่วยให้การถ่ายทั้งภาพนิ่งและวีดีโอมีความสมูทโดยที่ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

กล้องหลัก 48MP

สำหรับรูปตัวอย่างที่ได้จากกล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล รูปที่ได้มีความละเอียดคมชัด สีเป็นธรรมชาติ เก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้เทคโนโลยี Gimbal ยังช่วยเรื่องของการถ่ายภาพนิ่งได้หลายโหมด ทั้งยังลดระยะเวลาเปิดค่ารูรับแสง ทำให้การถ่ายภาพหรือวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวให้ออกมาคมชัดมากขึ้น โดยที่ตัว Vivo X50 Pro 5G ก็ได้มีโหมดถ่ายรูปที่ใช้ Gimbal เข้ามาช่วย เช่น

60x Hyper Zoom

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมเลนส์ Periscopic 5x และ 60x Hyper Zoom ที่ยังได้ความสามารถของ Gimbal เข้ามาช่วย ช่วยให้การซูมทำได้ดีขึ้น

โดยที่เลนส์ Periscopic จะมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่าเริ่มต้นบนหน้าจอถ่ายภาพจะมีให้เลือกที่มุมกว้าง 0.6, 1x, 2x และ 5x หากต้องการใช้งาน 60x Hyper Zoom จะต้องเลื่อนซูมด้วยตัวเอง

สำหรับการใส่เลนส์ซูมมาให้ถือว่าดีมีไว้ไม่เสียหาย โดยในระยะซูม 2x รูปที่ได้ยังความมีความคมชัดสวยงาม รวมถึงระยะ 5x ก็ยังทำได้ดีภาพไม่แตก เห็นรายละเอียดวัตถุที่ซูมได้ชัดเจน ส่วนการใช้งาย 60x Hyper Zoom แน่นอนว่ารายละเอียดความคมชัดอาจจะลดลง แต่ด้วยเทคโนโลยีกันสั่นแบบ Gimbal เข้ามาช่วยให้การถ่ายรูปในระยะ 60x ทำได้ง่ายขึ้น จับภาพและประมวลผลออกมารวดเร็วไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องกันเลยทีเดียว

Pro Sports Mode

เป็นโหมดถ่ายภาพนิ่งสำหรับกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่น ขณะเล่นกีฬา รถวิ่ง หรือสัตว์เลี้ยง เมื่อเลือกใช้โหมดนี้ในการถ่ายภาพด้วยความสามารถของ Gimbal จะทำให้ภาพที่มีการเคลื่อนไหวหยุดอยู่นิ่งและคมชัดยิ่งขึ้น

Super Night Camera

โหมดถ่ายภาพกลางคืนมีความโดดเด่นอีกหนึ่งโหมดบน Vivo X50 Pro 5G ด้วยความสามารถของเซ็นเซอร์ IMX598 มาพร้อมรูรับแสง f/1.6 พร้อมความไวแสงที่เพิ่มขึ้น 10% กลับประสิทธิภาพลดการสั่นไหวของ Gimbal ทำให้สามารถถ่ายรูปกลางคืนในที่ที่มีแสงน้อยออกมาสว่างคมชัด เก็บรายละเอียดของแสงและไฟต่างๆ ได้ครบถ้วนโดยที่ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องเลย

นอกจากนี้ ในโหมดถ่ายรูปกลางคืนยังเพิ่มลูกเล่นการปรับสไตล์สีของภาพมาให้ใช้ถึง 4 แบบ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ดำและทอง, น้ำแข็งสีฟ้า, ส้มเขียว และไซเบอร์พังก์ ทำให้การถ่ายรูปกลางคืนเป็นเรื่องที่สนุกยิ่งขึ้น

Portrait ก็สวย ซูมได้ด้วย

การถ่ายรูป Portrait หรือรูปบุคคลก็ทำได้ดีมาก ตัดขอบระหว่างบุคคลและฉากหลังได้เนียนและคมชัด ทั้งระยะที่สามารถเลือกซูมได้ รูปยังมีความคมไม่สั่นไหว โดยเลือกถ่าย Portrait ได้ตั้งแต่ 1x, 2x และ 5x

นอกจากนี้การถ่าย Portrait ยังสามารถใช้งานปรับหน้าสวยไปด้วยพร้อมกัน หรือจะเลือกความเบลอ (โบเก้) ของฉากหลังก็ทำได้เองตั้งแต่ f/0.95 – f/16 เรียกว่าเลขยิ่งน้อยยิ่งเบลอเยอะ ซึ่งเมื่อทดลองถ่ายในระยะ f /1.4 – f/2.0 จะได้ฉากหลังที่มีความเบลอสวยงามไม่ละลายจนเกินไป หรือถ้าหากไม่พอใจยังสามารถมาปรับโบเก้ได้ภายหลัง

Portrait ใส่เอฟเฟ็กต์สีได้

โหมดถ่ายรูปบุคคลนอกจากจะปรับโบเก้ธรรมดาแล้ว สามารถเลือกใช้งานสไตล์ หรือคล้ายกับเอฟเฟ็กสีที่มีมาให้เพิ่ม 9 แบบ ทำให้ได้รูปที่มีโบเก้เบลอสวยๆ กับสีสันแปลกตาไปอีก

โบเก้ปรับรูปแบบได้

ในโหมดถ่ายรูป portrait นอกจากจะสามารถปรับฉากหลังละลายได้ตามที่ต้องการ ยังเลือกรูปแบบของโบเก้ได้อีก 5 แบบ เช่น หัวใจ, สามเหลี่ยม, ดาว ไม่ต้องใช้โบเก้ที่เป็นวงกลมอย่างเดียว

Portrait เอฟเฟ็กต์แสงก็ยังมี

ใครที่ชื่นชอบการถ่าย Portrait บนสมาร์ทโฟนของ Vivo ที่สามารถปรับแต่งเอฟเฟคแสงได้รุ่นนี้ก็ยังมีมาให้ไม่ว่าจะเป็นแสงรุ้งหรือ Monochrome ก็ยังทำได้ ความสวยงามและโดดเด่นให้ภาพถ่ายของคุณไปอีกขั้น

Portrait กลางคืนก็เด่น

นอกจากการถ่าย Portait ตอนกลางวันที่ทำได้ดีแล้ว การใช้งาน Portrait กลางคืนก็ทำได้เช่นกัน ด้วยเลนส์ที่มีขนาด 50 มม. f/2.0 ช่วยปรับแสง แยกรูปบุคคลและฉากหลังอัตโนมัติ ทำให้ทั้งตัวบุคคลเองหรือฉากหลังมีความสว่างมากขึ้น และยังคงความสวยงาม

กล้อง Super Wide-Angle & Macro

Vivo X50 Pro 5G ยังมีเลนส์ Super Wide-Angle 8 ล้านพิกเซล สามารถเก็บภาพมุมกว้างได้ถึง 120 องศา ไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์หรือกลุ่มคนก็เก็บได้ครบถ้วนไม่มีใครตกหล่น หรือต้องเดินถอยออกมาเพียงแค่เปิดใช้เลนส์มุมกว้างเท่านั้น

Macro คมชัดสะกดสายตา

โหมดถ่ายรูป Macro หรือระยะใกล้ก็ถูกใส่มาในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ การใช้งานเพียงเลือกเปิดที่เลนส์ซุปเปอร์มาโคร สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 2.5 ซม. ทำให้เห็นสิ่งเล็กๆได้มากกว่าที่ตามองเห็น และยังถือว่ามีความคมชัดสูงมาก ว่าเป็นระยะมาโครที่ใช้งานได้จริง

กล้องหน้าสวยเด่น 32 ล้านพิกเซล

กล้องหน้าที่มาพร้อมความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลมีโหมดหน้าสวยให้เลือกปรับแต่งได้ตามที่ต้องการ ทั้งรูปหน้า ปรับกราม โทนผิว เรียกว่าจบตั้งแต่หลังกล้องไม่ต้องแต่งเพิ่ม

กล้องหน้า Portrait ปรับแต่งสไตล์

กล้องหน้ายังมีให้เลือกใช้งานปรับแต่งโทนได้ไปพร้อมกับเมคอัพ เป็นสไตล์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องแต่งหน้ามาก่อนเลย ส่วนรูปที่ได้ก็จะมีโทนสีสวยเนียนเป็นธรรมชาติ มีให้เลือกใช้งานถึง 6 แบบ เช่น โทนสดชื่น, ภาพยนตร์, สีเทา, สไตล์โตเกียว เป็นต้น

Night Selfie มืดแค่ไหนก็ถ่ายสวย

กล้องหน้ายังมาพร้อมโหมด Night Selfie ที่ช่วยให้การถ่ายรูปเซลฟี่ตอนกลางคืนหรือแสงน้อยไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป โดย AI จะเข้ามาช่วยลดจุดรบกวน หรือนอยซ์ เพิ่มความสว่างให้ใบหน้าเห็นได้อย่างคมชัดและสวยงาม

วิดีโอกันสั่นด้วย Gimbal

การถ่ายวิดีโอบน Vivo X50 Pro 5G เลือกความละเอียดได้ตั้งแต่ 720p – 4K มีเทคโนโลยีลดการสั่นไหวด้วย Gimbal เข้ามาช่วย ทำให้ได้วิดีโอเหมือนมืออาชีพแบบไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการเดินหรือวิ่งตามวัตถุภาพที่ได้ออกมาก็มีความนิ่งและสมูท นอกจากนี้ยังมีระบบกันสั่นไหวพิเศษ (1080p) เข้ามาให้ใช้งานเพิ่ม ทำให้วีดีโอของคุณสมูทยิ่งขึ้น

เมื่อถ่ายวิดีโอแล้วยังมีฟังก์ชั่นที่สามารถตัดต่อใส่ธีม เพิ่มเพลง ใส่เอฟเฟ็กต์ได้จากในเครื่องทันที สะดวกและง่ายมากๆ อีกด้วย

หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง/ระบบปฎิบัติการ

Vivo X50 Pro 5G ที่วางจำหน่ายในไทยมีเพียงความจุเดียวมาพร้อม RAM 8 GB + ROM 256GB ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้ เมื่อเปิดเครื่องมามีความจำเหลือประมาณ 241GB ค่อนข้างเยอะพอสมควร นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 10.5 based on Android 10 การใช้งานมีฟังชั่นอำนวยความสะดวกมากมาย ถึง UI ที่มีความสวยงามทันสมัย ปรับแต่งโหมดต่างๆ ได้ เช่น

เอฟเฟ็กต์สแกนนิ้ว

บริเวณเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะมีเอฟเฟ็กต์มาให้เลือกใช้งานปรับแต่งได้ในแบบที่ชอบ

โหมดมืด

Vivo X50 Pro 5G รับการใช้งานโหมดมืดช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา และยังประหยัดพลังงานอีกด้วย

ปรับปุ่มควบคุม

ปุ่มควบคุมการทำงานสามารถเลือกปรับตำแหน่งเอาปุ่มย้อนกลับไปไว้ทางซ้ายหรือขวา หรือเลือกเป็นท่าทางการใช้งานเพื่อให้ได้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

วอลเปเปอร์

วอลเปเปอร์ออกแบบมาให้ใช้งานหลายแบบ มีทั้งแบบเคลื่อนไหวซึ่งทำให้หน้าจอดูมีมิติมากขึ้น หรือจะใช้แบบภาพนิ่งก็ให้สีสันที่คมชัดสวยงาม

i Manager

เสมือนผู้ช่วยจัดการประสิทธิภาพของตัวเครื่อง โดยคอยแจ้งเตือน หรือคอยเคลียร์พื้นที่ในสมาร์ทโฟนให้ใช้งานได้เพิ่มขึ้น ไม่เปลืองพื้นที่และทำงานดีขึ้นกว่าเดิม

ทดสอบประสิทธิภาพ

ทดสอบประสิทธิภาพความเร็วด้วย AnTuTu Benchmark v7.0.5 ได้ 324,807 คะแนน

จุดเด่นอื่นของ Vivo X50 Pro 5G

จอใหญ่ใช้ลื่น

จอแสดงผลของ Vivo X50 Pro 5G เป็นแบบ 3D Curved มีขนาดใหญ่ถึง 6.56 นิ้ว เทคโนโลยี AMOLED สีสันสดใสเต็มอิ่ม เป็นหน้าจอที่มีค่ามาตรฐาน DCI-P3 Color Gamut ให้สีสันสมจริงตรงกับที่ตามองเห็น สามารถปปรับแต่งการแสดงผลสีได้ตามแบบที่ต้องการและมีความสว่างถึง 1300nit เป็นข้อดีเมื่อใช้งานกลางแจ้งจะช่วยให้เห็นจอชัดเจน

ทั้งยังใช้งานลื่นด้วยรีเฟรชเรท 90Hz ไม่ว่าจะสไลด์ไปทางไหน หรือตอนเล่นเกมยิ่งลื่นไม่มีสะดุด นอกจากนี้ยังรองรับ และยังรองรับ HDR10+ ไม่ได้ภาพที่มีความสมูทสมจริงเหมาะกับการดูหนัง และยังมี Response Rate 180Hz ตอบสนองการสัมผัสได้เป็นอย่างดี ทำให้เล่นเกมสนุกและได้อรรถรสยิ่งขึ้น

ชิปเซ็ต Snapdragon 765G แรงเล่นเกมลื่น

Vivo X50 Pro 5G ว่าจะไม่ได้ใส่ชิปเซ็ตตัวท็อปมาให้แต่ถ้าพูดถึงการเล่นเกมก็ไม่เป็นรอง เอาอยู่ทุกเกมทั้งหนักเบา อย่าง ROV สามารถเปิดเฟรมเรทได้ที่ระดับสูง จังหวะการเดินหรือต่อสู้ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นแม้แต่น้อย เฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 59-60 ไม่มีหล่นไปมากกว่านี้ และถ้าพูดถึงเกมแข่งรถ Asphalt 9 เป็นอีกเกมที่ค่อนข้างหนัก ใช้กราฟิกเยอะ แต่สามารถเล่นได้สบายๆ ภาพและความเร็วเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เล่นลื่นติดนิ้วไม่สะดุด

โดยที่การเล่นเกมต่างๆ สามารถทำได้ดี เพราะ Vivo X50 Pro 5G ได้ใส่ Ultra Game Mode เข้ามาให้ช่วยดึงประสิทธิภาพของตัวเครื่องออกมาใช้เต็มที่ เช่นขณะที่กำลังเล่นสามารถบล็อคการแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้มารบกวน และมีเทคโนโลยี VEG ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ จัดการพลังงาน ซึ่งจากที่เห็นคือตอนเล่นเกมตัวเครื่องจะไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้เล่นได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ

ความเร็ว 5G

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G รองรับ 5G ที่สามารถใช้งานได้ในไทยตั้งแต่แกะกล่อง ถือว่าคุ้มมากถ้าซื้อตอนนี้ก็ใช้งานได้ยาวๆ ซึ่งไม่ต้องลุ้นว่าจะใช้ได้ตอนไหนเมื่อไหร่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการให้บริการ 5G ของผุ้ให้บริการเครือข่าย

รองรับคุณภาพเสียง Hi-Res

เรื่องของพลังเสียง Vivo ค่อนข้างใส่ใจ เพราะตัวนี้มาพร้อมชิปเสียง AK4377A ซึ่งจะรองรับคุณภาพเสียง Hi-Res ผ่านหูฟัง ทำให้อรรถรสในการดูหนัง ฟังเพลงเพิ่มมากขึ้น ได้เสียงที่มีความคมชัด สมจริง ครบทุกองค์ประกอบ นอกจากนี้เมื่อใช้ร่วมกับหูฟัง Vivo TWS Neo ยิ่งได้เสียงที่มีคุณภาพมากขึ้น

แบตฯ เยอะ ชาร์จเร็ว

แบตเตอรี่ที่ใส่มาให้ถึง 4315mAh ถือว่าเยอะพอสมควร เรียกว่าใช้งานได้สบายเกือบทั้งวัน แต่ยังมีระบบชาร์จเร็ว 33W vivo FlashCharge 2.0 ทำให้ไม่เสียเวลาไปกับการชาร์จแบตฯ นานๆ หรือต้องมารอข้ามวันข้ามคืน ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีได้แบตฯ เพิ่มขึ้น 57%

อุปกรณ์ในกล่อง

  • Vivo X50 Pro 5G
  • สายชาร์จ USB Type-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W
  • หูฟังพอร์ต Type-C
  • เคสซิลิโคน
  • เข็มจิ้มซิม
  • คู่มือการใช้งาน

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องดีไซน์สวยพรีเมี่ยม
  • กล้องสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่ใส่เทคโนโลยี Gimbal มาให้
  • กล้องครบทั้งเลนส์หลักความละเอียดสูง ซูม กว้าง ระยะใกล้
  • จอใหญ่สีสวย AMOLED แบบโค้ง 90Hz
  • รองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่อง
  • รองรับชาร์จเร็ว 33W vivo FlashCharge 2.0

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่มีช่องใส่ MicroSD
  • ลำโพงตัวเดียว
  • ไม่รองรับชาร์จไร้สาย

สเปค

  • จอ AMOLED กว้าง 6.56 นิ้ว ความละเอียด 2376 × 1080 พิกเซล
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G
  • RAM 8GB, ROM 256GB
  • Funtouch OS 10.5 based on Android 10
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
  • – เลนส์หลัก 48 ล้านพิกเซล, f/1.6, Dual-LED, HDR, ระบบ Gimbal-Style Stabilization, ระบบกันสั่น OIS
  • – เลนส์ Portrait 13 ล้านพิกเซล, f/2.46
  • – Periscope 8 ล้านพิกเซล, f/3.4, optical 5x, Digital Zoom 60x
  • – เลนส์ Ultrawide 8 ล้านพิกเซล, f/2.2
  • วีดีโอ [email protected]
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล, f/2.45
  • แบตฯ 4315 mAh, Fast battery charging 33W
  • ขนาด 158 × 72.80 × 8.04 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 181.5 กรัม
  • สี Alpha Grey
  • ราคา 24,999 บาท

สรุป

Vivo X50 Pro 5G เป็นอีกรุ่นที่แนะนำสำหรับใครที่อยากซื้อใช้งานนานๆ เพราะด้วยตัวเครื่องการออกแบบที่สวยงามทันสมัย ฟังก์ชั่นกล้องจัดเต็มถ่ายสวย และยังรองรับ 5G ตั้งแต่เปิดออกมาจากกล่อง และยังเป็นอีกรุ่นที่มีจอ 90Hz ลื่นเหลือๆ ไม่ใช่ใส่มาแค่ตัวเลขแต่สามารถใช้งานได้จริง สัมผัสดี และพกง่าย น้ำหนักเบา

สีและราคา

Vivo X50 Pro 5G วางจำหน่ายเพียงสีเดียว ได้แก่ สี Alpha Grey ในราคา 24,999 บาท และเป็นเจ้าของผ่านเครือข่าย AIS และ True ได้ในราคาเริ่มต้น 13,989 บาท สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ

แสดงความคิดเห็น